ก่อนทำอาารควรคำนึงถึงเรื่องใด 

ก่อนทำอาารควรคำนึงถึงเรื่องใด

 

ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ตาม ? AA ??

เชื่อกันว่าอาหารจะอร่อยไม่อร่อยนั้นขึ้นอยู่กับความชอบส่วยบุคคล บางคนอาจชอบเปรี้ยว บางคนอาจชอบหวาน บางคนอาจจะชอบรสเค็ม หากคนชอบกินรสหวานมารับประทานอาหารที่ไม่มีความหวานเลย และมีรสเค็ม เขาก็อาจตีความได้ว่า อาหารจานนนี้ไม่อร่อย ซึ่งร้านอาหารต้องตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะเราจะเห็นได้ว่า ร้านอาหารต่างๆที่เปิดเพจ ให้ลูกค้าได้รีวิวในรสชาติอาหารหรือแม้กระทั้งงานบริการและส่วนอื่นๆ จะได้รับรีวิวที่แตกต่างกัน เช่น บางคนบอกว่าอร่อย บางคนบอกว่าเปรี้ยวไป เค็มไป หวานไป หรือจืด นั้นก็เป็นเพราะคนเราชอบไม่เหมือนกันก็แค่นั้นเอง

ดังนั้นหากร้านอาหารจะปรับเปรี่ยนรสชาติให้ตรงตามใจของทุกคนจึงเป็นไปไม่ได้ หรือเป็นไปได้ยากมาก โดยมีบางเว็บไซต์ออกมาให้ข้อมูลว่า การรับประทานอาหารแบบไม่มีกลิ่น จะทำให้รู้รสชาติที่แท้จริง เราจึงเห็นได้ว่าคนที่เป็นหวัด คัดจมูกมักจะรับประทานอาหารไม่อร่อย หรือไม่อยากจะกินอาหาร ถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารที่เราเคยรับประทานแล้วเคยอร่อยก็ตาม แต่เมื่อมารับประทานตอนที่คัดจมูก ไม่ได้กลิ่นอาหาร กลับทำให้ไม่อร่อยไปซะได้

นั้นอาจเป็นเรื่องที่แปลก แต่ทุกคนสามารถทดสวบได้ด้วยตนเองได้ โดยการหาวิธีรับประทานอาหรแบบไม่ให้ได้รับกลิ่นอาหาร จากนั้นจะได้ทราบว่าการรับประทานอาหารที่อร่อย จำเป็นต้องมีกลิ่นของอาหารด้วย ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าคนทำอาหารจึงให้ความสำคัญกับกลิ่นของอาหารมาก เช่น เทคนิคการใช้ไฟ เตาแก๊ส เตาถ่าน เพื่อให้มีกลิ่นที่แตกต่างกัน การเลือกใช้วัสถุดิบต่างๆ วัสถุดิบบางชนิดไม่ได้มีรสชาติหรือเนื้อสัมผัสที่ดีด้วยซ้ำ แต่อาจจะมีกลิ่นที่หอมคนทำอาหารจึงเลือกที่จะใช้เพราะอยากให้อาหารออกมามีกลิ่นตามต้องการเพียงเท่านั้น หรือจะเป็นการเลือกใช้สารให้ความเปรี้ยวกับอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกใช้ความเปรียวของน้ำมะนาวสดๆ เพราะให้กลิ่นที่หอม ทำให้อาหารน่าทานมากขึ้น และให้กลิ่นที่ดีกว่าใช้น้ำมะนาวแบบสำเร็จ หรือแม้กระทั้งการใช้น้ำส้มสายชูแทนน้ำมะนาวสด ทั้งหมดนี้อาจให้รสชาติความเปรี้ยวที่เหใือนกัน แต่แตกต่างกันที่กลิ่นทั้งหมด
เพราะฉนั้นการทำอาหารที่ดีต้องระวังไม่ให้กลายเป็นอาหารอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้เพราะการได้รับของที่ระลึกจะต้องได้รับความนิยม